ร้าน โชคทวีพระเครื่อง
www.chokdee-amulet.99wat.com
0861863484
0861863484

ให้เช่าวัตถุมงคลและเครื่องรางยอดนิยมทั่วไทย

โทร.086 186 3484

ไลน์ 0861863484

 
พระกริ่งปวเรศ วัดบวร พ.ศ.2409 เนื้อนวโลหะกลับดำ (การสร้างครั้งที่ 2)


  ส่งข้อความ

ชื่อร้านค้า
โชคทวีพระเครื่อง
โดย
tanachon
ประเภทพระเครื่อง
พระกริ่ง
ชื่อพระ
พระกริ่งปวเรศ วัดบวร พ.ศ.2409 เนื้อนวโลหะกลับดำ (การสร้างครั้งที่ 2)
รายละเอียด
พระกริ่งปวเรศ วัดบวร พ.ศ.2409 เนื้อนวโลหะกลับดำ (การสร้างครั้งที่ 2)
ประวัติศาสตร์พระกริ่งปวเรศ
การสร้างพระกริ่งปวเรศมีการผสมแกนชนวนที่เหลือจากการเททองหล่อพระพุทธชินราชและพระพุทธชินสี ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก นำมารวมกับโลหะ 9 ชนิด (นวโลหะ)
ลักษณะของเนื้อนวะ:
พระกริ่งที่เป็นเนื้อนวะ ผิวจะมีลักษณะ ดำนวล ดำด้าน และเงาเล็กน้อย
รอย “ตา มุ้ง” ซึ่งเป็นรอยหดเหี่ยวของเนื้อโลหะ จะเห็นได้ด้วยกล้องกำลังสูง (700x ขึ้นไป) ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือกล้อง 10x
วาระการสร้างพระกริ่ง: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงสร้างพระกริ่งปวเรศในวาระสำคัญต่างๆ รวม 6 ครั้ง โดยก่อนที่ท่านจะได้รับพระยศ “กรมพระยาปวเรศ” (ซึ่งได้รับในปี พ.ศ. 2417) ท่านคือ “กรมหมื่นบวร รังสีสุริยพันธุ์”
การสร้างพระกริ่งปวเรศครั้งที่1 พ.ศ. 2404: ทรงสร้างขึ้นเพื่อทดแทนพระกริ่งทองคำที่หายไปในพระราชพิธีมุรธาภิเษกของพระมหากษัตริย์ (รัชกาลที่ 5)
การสร้างพระกริ่งปวเรศครั้งที่2 พ.ศ. 2409: เพื่อถวายรัชกาลที่ 4 ในพระราชพิธีที่รัชกาลที่ 5 ทรงผนวชเป็นสามเณร และเป็นที่ระลึกถึงรัชกาลที่ 4 โดยสร้าง จำนวน 9 องค์
การสร้างพระกริ่งปวเรศครั้งที่3 พ.ศ. 2411: เป็นอนุสรณ์ถวายรัชกาลที่ 5 ในพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นครองราชย์ครั้งแรก ขณะพระชนมายุ 15 ชันษา
สร้างโดยมี เจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นเจ้าภาพ
พระกริ่งรุ่นนี้ ไม่มีเส้นพระศก และ ไม่มีส่วนผสมของเนื้อพระพุทธชินสี แบบครั้งที่ 1 และ 2
เนื้อจะเป็น เนื้อสัมฤทธิ์ ซึ่งมี 3 ชนิด คือ สัมฤทธิ์ออกสีแดง, สัมฤทธิ์ออกสีขาว (หรือขาวจัด) และสัมฤทธิ์ออกสีเหลือง
การสร้างพระกริ่งปวเรศครั้งที่4 พ.ศ. 2416: สำหรับพระราชพิธีทรงผนวชเป็นพระภิกษุ และบรมราชาภิเษกขึ้นครองราชย์ครั้งที่ 2 ของรัชกาลที่ 5
พระกริ่งรุ่นนี้ ไม่มีการบรรจุลูกกริ่ง (เขย่าแล้วไม่มีเสียงกริ่ง)
กรมพระยาปวเรศฯ ทรงออกแบบเป็น 2 แบบ หล่อในคราวเดียวกัน
การสร้างพระกริ่งปวเรศครั้งที่5 พ.ศ. 2426: เรียกว่า พระกริ่งปราบฮ่อ ร.5
กรมพระยาปวเรศฯ ไม่ได้เป็นผู้ออกแบบ
ออกแบบโดยช่างสิบหมู่และโหรหลวง
มีลักษณะพิเศษคือ ด้านหลังมีคำว่า “ร.5” หล่อติดอยู่
การสร้างพระกริ่งปวเรศครั้งที่6 พ.ศ. 2434: เป็นวาระสุดท้ายของการสร้าง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เมื่อกรมพระยาปวเรศฯ ได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
กรมพระยาปวเรศฯ ไม่ได้เป็นผู้ออกแบบ
ออกแบบโดยช่างสิบหมู่ พระบรมวงศานุวงศ์ และไวยาวัจกรของวัดบวรฯ
เนื่องจากมีผู้สร้างและออกแบบหลายคน จึงมี หลายพิมพ์ทรง
โลหะที่ใช้ในรุ่นนี้อาจไม่เหมือนกับยุคก่อนหน้า
มีการสร้างเพื่อแจกจ่ายแก่ ข้าราชบริพารและพระสกนิกรจำนวนมาก ทำให้รุ่นนี้มีจำนวนมากที่สุด และไม่ระบุจำนวนที่แน่ชัด
บางส่วนอยู่ในขันน้ำมนต์และยอดไม้เท้าของท่าน
พระกริ่งรุ่นนี้มีความเชื่อมโยงกับพระกริ่งคู่แฝดที่วัดสุทัศน์จัดสร้างในปี 2443 แต่จะแตกต่างกันที่การอุดกริ่ง
จำนวนการสร้างและข้อสังเกต:
ใน 6 ครั้งของการสร้าง พระกริ่งปวเรศมีการระบุจำนวนที่แน่ชัดเพียง 2 ครั้ง รวมกันเพียง 12 องค์ ซึ่งเป็นพระที่สร้างขึ้นเพื่อพิธีสำคัญของพระมหากษัตริย์เท่านั้น
มีเพียงครั้งที่ 6 (พ.ศ. 2434) เท่านั้นที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองสมณศักดิ์ของกรมพระยาปวเรศฯ และอาจมีการสร้างแจกจ่ายเป็นที่ระลึกแก่ข้าราชบริพารและประชาชนทั่วไป จึงคาดว่ามีจำนวนมากที่สุดในบรรดาวาระทั้งหมด
การประทับ “เม็ดงา” (รอยตอกเม็ดเล็กๆ) บนพระกริ่งในสมัยก่อนใช้บ่งบอกจำนวนช่างที่ช่วยกันสร้างและตกแต่งพระ เช่น ตอก 1 เม็ด หมายถึงมีช่าง 2 คนช่วยกันสร้าง, ตอก 3 เม็ด หมายถึงมีช่าง 4 คน, และหากไม่มีการตอกเลย หมายถึงมีช่างเพียงคนเดียวที่สร้าง ตำแหน่งของการตอกเม็ดงาไม่จำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งเดียวกันทุกองค์
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์:
การสร้างพระกริ่งปวเรศเป็นไปตามตำราโบราณที่มีหลักการและวิชาการชัดเจน ไม่ได้สร้างขึ้นอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า
การนำเสนอประวัติศาสตร์นี้ช่วยให้เข้าใจถึงพุทธศิลป์ โลหะที่ใช้สร้าง และวิธีการหล่อโบราณ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการพิจารณาพระกริ่งเหล่านี้
จากข้อมูลในแหล่งที่มา ประเด็นเกี่ยวกับจำนวนการสร้างพระกริ่งปวเรศสามารถสรุปได้ดังนี้:
จำนวนการสร้างโดยกรมพระยาปวเรศเอง: มีการกล่าวถึงว่าพระกริ่งปวเรศที่สร้างโดยสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ด้วยพระองค์เองนั้นมี จำนวนน้อยมาก น่าจะไม่เกิน 30 องค์
การสร้างในพิธีสำคัญสำหรับพระมหากษัตริย์: แหล่งที่มาระบุว่าการสร้างพระกริ่งเพื่อพิธีสำคัญของพระมหากษัตริย์มี เพียง 2 ครั้งที่ระบุจำนวนไว้ รวมแล้ว 12 องค์
หนึ่งในนั้นคือปี พ.ศ. 2409 ซึ่งมีการสร้าง จำนวน 9 องค์ เพื่อถวายรัชกาลที่ 4 ในพระราชพิธีที่รัชกาลที่ 5 ทรงผนวชเป็นสามเณร.
การสร้างในวาระอื่นๆ:
หลวงชำนาญ เลขา (ชื่อหุ่น) ผู้ใกล้ชิดสมเด็จกรมพระยาปวเรศฯ ได้นำไปจัดสร้างขึ้นอีก จำนวนหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่ามากน้อยเพียงใด.
การสร้างใน ปี พ.ศ. 2411 ในพิธีบรมราชาภิเษกของรัชกาลที่ 5 นั้น ไม่ระบุจำนวน แต่กล่าวว่าเป็นเนื้อสัมฤทธิ์ 3 ชนิด.
การสร้างครั้งที่ 5 ใน ปี พ.ศ. 2426 (พระกริ่งปราบฮ่อ ร.5) กรมพระยาปวเรศฯ ไม่ได้เป็นผู้ออกแบบ แต่ช่างสิบหมู่และโหรหลวงเป็นผู้ออกแบบ.
การสร้างจำนวนมากที่สุดในปี พ.ศ. 2434:
การสร้างพระกริ่งครั้งสุดท้ายใน ปี พ.ศ. 2434 ซึ่งเป็นช่วงที่สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีการกล่าวว่า มีการสร้างพระกริ่งจำนวนมาก และ จำนวนการสร้างไม่ระบุไว้.
ในครั้งนี้มีการ สร้างแจกเป็นที่ระลึกแก่ข้าราชบริพารและพระสกนิกรในสมัยนั้น จึงคาดว่ามีจำนวนมากที่สุด และ มีหลายพิมพ์ทรง.
นอกจากนี้ยังมีการออกแบบโดยช่างสิบหมู่ และมีการสร้างโดยพระบรมสานุวงศ์และไวยวัจกรของวัดบวรฯ ในสมัยนั้นด้วย.
เนื้อหานวโลหะ: แหล่งที่มากล่าวว่าพระกริ่งเนื้อนวโลหะที่แท้จริงนั้น น่าจะมีการสร้างในช่วงแรกๆ เช่น ปี พ.ศ. 2404 และ 2409
ราคา
โชว์
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
0861863484
ID LINE
0861863484
จำนวนการเข้าชม
1,450 ครั้ง
บัญชีธนาคารที่ใช้ยืนยันตัวตน
ธนาคารกรุงไทย / 109151617xx-x